khaothia
จับตา! คลังชง ไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส เข้า ครม. วันนี้
19:47
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอโครงการ “ไทยช่วยไทย
พลัส” เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติ โดยมาตรการนี้จะเข้ามาเป็นกลไกหลักในการดูแลปากท้องของประชาชน และประคองเศรษฐกิจไทยท่ามกลางปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และกำลังซื้อที่เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างน่ากังวล
สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ถือเป็นการพัฒนาและอัปเกรดต่อยอดมาจากโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพอย่างรุนแรง โดยมีการปรับรูปแบบเกณฑ์การช่วยเหลือให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
เป้าหมายหลักของโครงการคือการกระจายเม็ดเงินลงสู่ร้านค้ารายเล็ก ร้านโชห่วย และเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกที่ยืดเยื้อจนส่งผ่านต้นทุนมายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤต 3 ระลอก ลูกแรกคือพลังงาน ลูกที่สองคือต้นทุน และลูกที่สามกำลังจะกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ ถ้าเราไม่เข้าไปดูแล อาจเกิดภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งของแพง กำลังซื้อหด และเศรษฐกิจชะลอตัว หากไม่มีมาตรการรองรับ จะกระทบต่อปากท้องประชาชนอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง
รัฐบาลประเมินว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิวัฒนาการขั้นที่ 3 คือ "วิกฤตค่าครองชีพและปากท้อง" ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากแรงกดดันอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่พุ่งสูงถึง 2.9% ในขณะที่กำลังซื้อและความต้องการของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณ วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการนี้
พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ ครม. พิจารณาควบคู่กันไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางการคลัง และป้องกันไม่ให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการตกงานในอนาคต
สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ถือเป็นการพัฒนาและอัปเกรดต่อยอดมาจากโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพอย่างรุนแรง โดยมีการปรับรูปแบบเกณฑ์การช่วยเหลือให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้ รัฐบาลจะช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
เป้าหมายหลักของโครงการคือการกระจายเม็ดเงินลงสู่ร้านค้ารายเล็ก ร้านโชห่วย และเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลกที่ยืดเยื้อจนส่งผ่านต้นทุนมายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤต 3 ระลอก ลูกแรกคือพลังงาน ลูกที่สองคือต้นทุน และลูกที่สามกำลังจะกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ ถ้าเราไม่เข้าไปดูแล อาจเกิดภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งของแพง กำลังซื้อหด และเศรษฐกิจชะลอตัว หากไม่มีมาตรการรองรับ จะกระทบต่อปากท้องประชาชนอย่างรุนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง
รัฐบาลประเมินว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิวัฒนาการขั้นที่ 3 คือ "วิกฤตค่าครองชีพและปากท้อง" ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากแรงกดดันอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่พุ่งสูงถึง 2.9% ในขณะที่กำลังซื้อและความต้องการของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณ วงเงิน 200,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการนี้
พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังจะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ ครม. พิจารณาควบคู่กันไป เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงทางการคลัง และป้องกันไม่ให้ปัญหาค่าครองชีพขยายตัวลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการตกงานในอนาคต
0 comments