คู่รักกำลังจะแต่งงาน ถูกแก๊ง กะเทยล้วงกระเป๋า สูญครึ่งแสน แจ้งตร.บอกเป็นเวรกรรม

เมื่อวันที่ 26 มี.ค.67 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด มีผู้เสียหายเดินทางมาร้องเรียนถึง 2 เคส โดยในเคสแรกเป็นชาวต่างชาติ ประเทศนอร์เวย์ โด...




เมื่อวันที่ 26 มี.ค.67 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด มีผู้เสียหายเดินทางมาร้องเรียนถึง 2 เคส โดยในเคสแรกเป็นชาวต่างชาติ ประเทศนอร์เวย์ โดนกลุ่มคนไทยล้วงกระเป๋าสูญเงินไป 30,000 บาทที่สำคัญเงินส่วน
นั้นไว้จัดงานแต่ง ส่วนอีกราย คืออดีตรองจุฬาราชมนตรี ถูกภรรยาและลูก รวมหัวฉ้อโกงทรัพย์สินกว่า 500 ล้านบาท จนทำให้หมดตัว ตกอับใช้ชีวิตยากลำบาก



นางเอ (นามสมมติ) พานายปีเตอร์ (นามสมมติ) แฟนหนุ่ม สัญชาตินอร์เวย์ เข้าร้อง นายเอกภพ เรือง
ประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังโดนล้วงประเป๋า โดยวันที่ 24 มี.ค.67 วันเกิดเหตุ เธอและสามีเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ เพื่อไปซื้อแหวนและชุดแต่งงาน เนื่องจากกำลังจะแต่งงานในวันที่ 12 เม.ย.67



นางเอ กล่าวว่า หลังจากดูแหวนและชุดแต่งงานเสร็จเป็นที่เรียบร้อย กำลังจะเดินทางกลับบ้านโดยเธอและแฟนจะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะอยู่เป็นประจำ ในวันนั้นออกมารอรถเมล์ที่หน้าห้างบิ๊กซี ระหว่างที่รอสังเกตเห็นว่า กลุ่มคนร้ายมีด้วยกันทั้งหมด 4 คน เป็นผู้ชาย 1 คนหญิง 2 คน และสาวประเภทสองอีก 1 คน อาศัยช่วงจังหวะที่กำลังจะขึ้นไปบนรถก็มีหนึ่งในผู้ก่อเหตุนำ แขนมาเบียดเธอ จนต้องถามว่าทำไมไม่ขึ้นไป



จากนั้นไม่ถึง 1 นาที เมื่อเธอขึ้นไปบนรถแล้ว กำลังจะจ่ายเงินให้กับกระเป๋ารถเมล์ ปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์
รวมถึง โทรศัพท์ ยี่ห้อ iPhone 14 Pro Max ราคาประมาณ 2 หมื่นบาท รวมถึงเงินสดจำนวน 30,000 บาท หายไปเรียบร้อย



หลังจากนั้นเดินทางไปแจ้งความที่สน.ลุมพินี เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า หากอยากจะได้หลักฐานต้องดูกล้องด้วยตัวเอง เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในโรงพัก เนื่องจากออกไปปฎิบัติหน้าที่จับยาเสพติด
ทำให้เธอและสามีรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงเดินทางไปที่ห้างบิ๊กซีที่อยู่ใกล้กับบริเวณจุดเกิดเหตุ ทางห้างให้ดูภาพกล้องวงจรปิด พบว่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 4 คนเดินตามเธอมาตั้งแต่ในห้างแล้ว แต่เธอไม่รู้สึกผิดสังเกต และไม่เห็นกลุ่มคนดังกล่าว
นอกจากนี้ เธอยังเข้าไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง แต่เจ้าหน้าที่พูดกับเธอว่า ‘เป็นเวรกรรมที่เธอเคยทำไว้เมื่อ 100 ปีก่อน’
นางเอ กล่าวต่อว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามีของเธอที่เป็นชาวนอร์เวย์รักประเทศไทย ถึงขั้นจัดงานแต่งในประเทศไทย แต่ไม่คิดว่าคนไทยด้วยกันเอง จะทำแบบนี้ ในส่วนของทรัพย์สินเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กลับมาเท่าเดิม แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดำเนินการจับคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะไม่อยากให้ไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีก
ด้านนายเอกภพ เรืองประเสริฐ เปิดเผยว่า จะเร่งประสานงานไปยังผู้กำกับสน. ลุมพินี ให้ดำเนินการจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

You Might Also Like

0 comments

Flickr Images