khaothia
อดีตนายกเล็ก คาใจรพ.เอกชน ทำลูกดับ ไม่มีหมอทำไมไม่บอกแต่แรก
21:29อดีตนายกเล็ก คาใจรพ.เอกชนชื่อดัง จ.สุพรรณบุรี ปั๊มหัวใจนับชั่วโมง สุดท้ายลูกชายตายคามือ เผยสุดเสียใจมารู้ทีหลังว่า รพ.ไม่มีหมอ
วันที่ 8 มี.ค. 67 นายสิริพงศ์ สืบเนียม อายุ 63 ปี ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี อดีตนายกเทศมนตรีตำบลห้วยกระเจา เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเช้ามืดของวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา นายศาสตรา อายุ 42 ปี ลูกชายของตนกำลังนอนหลับชอยู่ที่บ้าน อยู่ ๆ ก็ชแน่นหน้าอกหายใจไม่ออก จากนั้นภรรยาของลูกชายจึงรีบนำตัวส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลเอกชน ใน จ.สุพรรณบุรี โดยตนได้เดินทางไปดูอาการของลูกชายด้วยตนเอง
เมื่อลูกชายไปถึงโรงพยาบาลสภาพร่างกายยังคงแข็งแรง สามารถเดินขึ้นเปลเองได้ แต่ระหว่างที่นอนรอหมออยู่บนเปล อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกได้รุนแรงขึ้นถึงต้องดิ้นทุรนทุราย แต่ก็ยังไม่มีหมอมาดูอาการมีเพียงพยาบาลเท่านั้นที่คอยดูและและนำยายาแก้กรดไหลย้อนให้ลูกชายกิน
แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น มีแต่จะทรุดลง ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่ตลอดเวลานานนับชั่วโมงจนกระทั่งเวลาประมาณ 06.00 น.ลูกชายของตนได้เสียชีวิตลง
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ก่อนที่ลูกชายของตนจะเสียชีวิตลงนั้น ตนได้พยายามพูดคุยกับทางโรงพยาบาลเอกชนเพื่อขอให้นำรถของโรงพยาบาลส่งตัวลูกชายไปรักษาอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งตนได้โทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาลนั้นแล้ว
แต่ทางโรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร ได้แต่บอกว่าให้รอทำเอกสารส่งตัวก่อน ซึ่งขณะนั้นตนได้พูดคุยกับลูกสะใภ้และลูกชายคนโตว่าจะเอารถส่วนตัวนำลูกชายไปส่งอีกโรงพยาบาลด้วยตนเอง แต่ก็กลัวว่าลูกชายจะเป็นอะไรระหว่างเดินทาง
หากได้รถโรงพยาบาลไปส่งก็น่าจะปลอดภัยกว่าเพราะมีทั้งพยาบาลและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พร้อมกว่าที่ตนจะเอารถไปส่งลูกชายเอง
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ลูกชายของตนเสียชีวิตลง ครั้งแรกตนไม่ได้คิดอะไรมาก โดยแพทย์ได้เขียนในใบมรณะว่า สาเหตุที่ลูกชายเสียชีวิต เป็นเพราะเกิดจาก “กล้ามเนื้อหัวใจตาย” จากนั้นจึงนำศพของลูกชายไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก
เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมาได้มีเพื่อนที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี เดินทางมาร่วมงานศพของลูกชาย จึงได้มีการพูดคุยสอบถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายซึ่งตนก็เล่าให้ฟัง เมื่อเพื่อนคนดังกล่าวทราบว่าตนนำลูกชายไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว
เพื่อนถึงกับตกใจพร้อมกับเล่าให้ฟังว่าโรงพยาบาลที่นำลูกชายไปรักษานั้นเป็นโรงพยาบาลที่แทบจะไม่มีหมอ หรือมีก็น้อยมาก คนในพื้นที่เองต่างก็รู้ดี หากไม่จำเป็นก็ไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวแต่จะไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่นแทนเพราะมีหมอที่พร้อมกว่า
หลังจากที่ตนทราบข้อมูลดังกล่าวจากเพื่อนตนกับครอบครัวต่างก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะหากทางโรงพยาบาลเล่าความจริงให้ทราบตั้งแต่แรกลูกชายของตนก็คงจะไม่เสียชีวิตลงง่ายๆเช่นนี้ สิ่งที่ตนและครอบครัวติดใจก็คือทำไมโรงพยาบาลดังกล่าว
จึงไม่ยอมบอกให้เราทราบความจริงว่าโรงพยาบาลนั้น ไม่มีหมอในการรักษา เท่านั้นเอง หลังจากนี้จะปรึกษากับครอบครัวและญาติ รวมทั้งจะร้องเรียนไปยังนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย เพื่อหารือว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีกับโรงพยาบาลดังกล่าว
0 comments