khaothia
รู้ตัวแล้วผู้ต้องสงสัย ฆ่าลุงแท็กซี่อย่างโหดเหี้ยม ญาติร่ำไห้ทำพิธีเชิญวิญญาณ ทำกันได้ลงคอ!!
15:42
เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 28 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตามหาบุคคลที่รู้จักกับลุงเสน่ห์ ปิ่นทำนัก อายุ 63 ปี คนขับรถแท็กซี่ สีเขียวเหลืองหมายเลขทะเบียน 1 มก 9505 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกคนร้าย
ใช้มีดคัตเตอร์ ฆ่าปาดคอเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แล้วทิ้งศพกับรถไว้ที่บริเวณกองขยะ ถนนเส้นทางเอกชัย สายเก่า ม.2 ต.กาหลง อ.เมืองสมุทรสาคร โดยมีทรัพย์สินที่สูญหายไปคือ สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทองหลวงปู่หลิว 1 องค์ เงินสดประมาณ 10,000 – 20,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตอีก 1 เครื่อง
โดยจุดที่ผู้สื่อข่าวลงไปคือ บริเวณที่จอดคิวรถแท็กซี่ริมถนนเพชรเกษม ใกล้เคียงกับหน่วยบริการประชาชนอ้อมน้อย ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งผู้ที่ได้ให้สัมภาษณ์รายแรก คือ นางสาวพิมญาณ์ อ่อนน้อม อายุ 45 ปี แม่ค้าขายอาหารตามสั่งที่ตั้งแผงร้านค้าอยู่หน้าคิวจอดรถแท็กซี่ของลุงเสน่ห์ และเคยเป็นคนที่ช่วยลุงเสน่ห์เก็บเงินค่าคิวรถตู้แต่มาระยะหลังได้ให้ลุงเป็นคนเก็บเอง ซึ่งก็ได้เล่าว่า ตนเองรู้จักกับผู้เสียชีวิตมานานกว่า 40 ปีแล้ว เคยช่วยเก็บเงินค่าคิวแท๊กซี่ โดยลุงเป็นคนนิสัยดี ร่าเริง เข้ากับคนง่าย ไม่เคยมีปัญหากับใคร มีน้ำใจกับเพื่อนๆแท๊กซี่เสมอ ใครขาดเหลือก็ให้หยิบยืมเงิน แต่ไม่ใช่ให้ยืมแบบการปล่อยกู้นอกระบบ เป็นการให้ยืมแบบช่วยเหลือกันจึงเป็นที่เคารพรักของทุกคน ส่วนเรื่องการพนันก็ไม่ใช่เพราะลุงไม่เล่นการพนันแล้ว
ประเด็นความขัดแย้งกับเพื่อนๆ แท็กซี่หรือแม้แต่กับผู้โดยสารนั้นก็ไม่ใช่แน่นอน เพราะลุงไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร เป็นคนใจเย็น แต่สู้คน และจะเลือกรับผู้โดยสารด้วย หากเป็นผู้โดยสารที่ไปไกลมากๆ หรือเรียกให้ลุงไปส่งในตอนค่ำหลังจาก 6 โมงเย็นหรือ 1 ทุ่มไปแล้ว ลุงก็จะไม่ไปจะให้เพื่อนๆ คนอื่นไปแทน ยกเว้นแต่คนที่เป็นลูกค้าคนสนิท หรือที่เป็นขาประจำกันเท่านั้น ที่ลุงจะไปให้ในตอนค่ำหรือตอนเช้ามืด ดังนั้นคนที่น่าสงสัยมากจากการที่ได้มีการพูดคุยกันในหมู่คนที่รู้จักลุงเสน่ห์ก็คือ ลูกค้าประจำที่เป็นหนุ่มแรงงานเมียนมา คนหนึ่งที่อาศัยและทำงานอยู่แถวซอยสุขาภิบาล 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน ห่างจากคิวรถตู้ไปประมาณ 2- 3 กิโลเมตร และมักจะชอบโทรศัพท์มาเรียกรถแท็กซี่ของลุงให้ไปรับที่ห้องเช่าในเวลาประมาณ 1 – 2 ทุ่ม เพื่อให้พาไปขอเงินแม่ที่อาศัยอยู่แถวๆ วัดเกตุมดีศรีวราราม ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาครแล้วให้รอรับกลับมาด้วย ซึ่งที่พักของแม่ผู้ต้องสงสัยนั้น ก็อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไปไม่มากนัก โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ ได้หายตัวไปจากห้องเช่าหลังจากที่เกิดเหตุลุงเสน่ห์ถูกฆ่าเสียชีวิต
นางสาวพิมญาณ์ อ่อนน้อม แม่ค้าขายอาหารตามสั่งบอกอีกว่า โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกใจหายมากที่ได้ทราบข่าว ทุกวันนี้ยังไม่กล้าไปงานศพลุงเลย เพราะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นโลงศพลุง หนังสือพิมพ์ก็ไม่หยิบอ่าน เห็นแล้วหดหู่และเสียใจ แต่ก็จะไปฟังพระสวดอย่างแน่นอนหลังจากที่ทำใจได้แล้ว ทั้งนี้ก็ต้องการให้ตำรวจเร่งจับตัวคนร้ายมาให้ได้โดยเร็ว
ด้านนายมานิต สงวนศรี เป็นเพื่อนร่วมคิวแท๊กซี่ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 2 ตำบลโสกปลาดุก อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ บอกว่า ตนเองรู้จักกับนายเสน่ห์ฯมาประมาณ 4-5ปี นายเสน่ห์เป็นคนนิสัยดี มีน้ำใจ โดยนิสัยส่วนตัวในการรับลูกค้านั้นก็จะรับเฉพาะตอนเช้าถึงเย็น จะไม่รับช่วงค่ำหรือเช้ามืด ยกเว้นคนที่เป็นลูกค้าประจำเท่านั้น จึงเชื่อว่าฆาตรกรโหดรายนี้จะต้องเป็นลูกค้าประจำอย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนของพวกเพื่อนๆ หลังเกิดเหตุก็รู้สึกตกใจและหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนี้ก็จะต้องมีการระมัดระวังในการรับลูกค้าและช่วงเวลาในการให้บริการกับลูกค้าที่ไม่น่าไว้วางใจมากขึ้น แต่อาชีพขับรถแท็กซี่ ซึ่งถือเป็นอาชีพบริการอย่างหนึ่งนั้น การเฝ้าระวังก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากอยู่พอสมควร
ส่วนนายมนตรี แสนทวีสุข อายุ 39 ปี หนุ่มขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่มีคิวอยู่ใกล้กับคิวรถแท็กซี่ของลุงเสน่ห์ บอกว่า ตนเองไม่สนิทกับลุงเสน่ห์ฯ มากนัก แต่ก็เคยมีการพูดคุยกันและพวกตนจะเรียกลุงว่า ลุงใหญ่ ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกันและพอรู้จักนิสัยลุงนั้น ลุงเป็นคนร่าเริง นิสัยดี ชอบช่วยเหลือเพื่อนๆ โดย
หลังจากที่ได้รับทราบ เหตุการณ์นี้ ตนเองที่มีอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งเป็นอาชีพให้บริการคล้ายๆ กันก็หวาดกลัวไปด้วย จะต้องระมัดระวังในการเลือกรับผู้โดยสาร ต้องสอบถามเส้นทางที่จะให้ไปส่งให้ชัดเจน หากไม่น่าไว้วางใจก็จะต้องปฏิเสธไม่พาไปส่ง เพราะหลายปีที่ผ่านมามีคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในระแวกใกล้เคียงกันก็ถูกคนร้ายลวงไปฆ่าปาดคอมาแล้ว แต่โชคดีมีชีวิตรอดมาได้
ขณะที่ศพของนายเสน่ห์ฯ ญาติพี่น้องได้นำมาตั้งสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 คืน ที่วัดนางสาว อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่คืนวันที่ 26 มีนาคม2561 ถึงคืนวันที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 20.00 น. ซึ่งในส่วนของนายมานัส ปิ่นทำนัก อายุ 52 ปี น้องชาย และนางสาววนิดา ปิ่นทำนัก อายุ 44 ปี เป็นน้องสาว ก็ได้มาไหว้ศพ บอกร่างไร้วิญญาณของพี่ชายว่า จะไปทำพิธีเชิญวิญญาณจากที่พบศพกลับมาที่วัด ซึ่งก่อนจะเดินทางไปทำพิธีเรียกวิญญาณนั้น นางสาววนิดาฯ ก็ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในส่วนของตำรวจนั้น ก็บอกแค่ว่าตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยแล้วหนึ่งคน เป็นหนุ่มเมียนมาที่ติดเกมส์ และเป็นลูกค้าประจำของพี่ชายที่ชอบให้พาไปหาแม่แถวๆ ที่เกิดเหตุ แต่ยังตามหาตัวไม่เจอเพราะได้หายออกไปจากห้องพัก โดยเมื่อมาเกิดเหตุแบบนี้กับพี่ชายทางครอบครัวทำใจไม่เพราะมาถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมารับโทษให้เร็วที่สุด แม้จะไม่สามารถทำให้ชีวิตพี่ชายกลับคืนมาได้ และคนที่ถูกจับกุมจะติดคุกไม่กี่ปีแล้วก็ออกมาก่อกรรมทำเข็ญได้ใหม่ แต่ก็ต้องการให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษทางกฎหมาย
ทั้งนี้ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ของวันเดียวกัน นายมานัส ปิ่นทำนัก (น้องชาย) และนางสาววนิดา ปิ่นทำนัก (น้องสาว) พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์ 1 รูป และญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนๆ แท็กซี่รวมเกือบ 10 คน ก็ได้เดินทางมายังจุดที่พบศพ เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณกลับไปทำพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดนางสาว ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร บ้านเกิดเมืองนอนของผู้เสียชีวิต
Cr:https://www.siamnews.com
0 comments