แม่ปิดบังลูกสาวว่าตั้งครรภ์อยู่นานหลายเดือน ก่อนลูกกลับมาเห็นเต็มๆ ยิ่งพอรู้ใครเป็นพ่อของเด็ก ตัดขาดความสัมพันธ์แม่ลูกทันที!!

ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น พ่อของฉันได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม่จึงเป็นคนเลี้ยงดูฉันมาตลอด แม่ส่งฉันเข้าเรียนโรงเรียนประจำ...


ตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น พ่อของฉันได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม่จึงเป็นคนเลี้ยงดูฉันมาตลอด แม่ส่งฉันเข้าเรียนโรงเรียนประจำ เพื่อที่แม่จะได้ทำงานอย่างเต็มที่ ฉันต้องอยู่ที่โรงเรียนประจำแม้ตอนปิดภาคเรียน ฉันคิดถึงแม่และอยากกลับไปเยี่ยมแม่มากเหลือเกิน



หลังจากเรียนจบ ม.6 ฉันจึงกลับบ้านไปเยี่ยมแม่ แต่แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อรู้ว่าแม่กำลังตั้งครรภ์ ฉันยังรับไม่ค่อยได้ เพราะว่าพ่อเพิ่งเสียไปเพียงไม่กี่ปี และฉันก็ยังคิดถึงพ่อ จึงยังไม่พร้อมที่จะเรียกคนอื่นว่า “พ่อ” แม่บอกฉันว่า “คุณลุง” ที่เป็นแฟนแม่ จะแวะมาเยี่ยมหาอาทิตย์หน้า จะมาทานข้าวและทำความรู้จักฉัน

ฉันยังคงรู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องไปทำความรู้จักพ่อคนใหม่ แต่อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าต้องเคารพในการตัดสินใจของแม่ เมื่อคุณลุงมาถึงบ้าน ฉันก็ต้องตกใจและโกรธมาก ! เมื่อรู้ว่าเขาคือคู่กรณีขี่มอเตอร์ไซค์ชนกับพ่อจนเสียชีวิต ! ฉันตะโกนออกมาทันที “ออกไปจากบ้านนี้เดี๋ยวนี้!!!”

ทันใดนั้น แม่ก็เข้ามาตบหน้าฉัน แล้วพูดว่า “ที่พ่อเอ็งตาย ก็เพราะไปกินเหล้าเมา แล้วขับรถไปฝ่าไฟแดง ! รู้ไหมว่าที่ผ่านมา ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเธอก็เขาก็เป็นคนจ่าย !!!” ฉันเสียใจมากที่แม่ตบหน้าฉันเพื่อปกป้องคนที่เป็นเหตุให้พ่อตาย จึงบอกไปว่า “ถ้าอย่างนั้น เราก็ตัดความสัมพันธ์แม่ลูกเลย ! หนูจะไม่กลับมาที่บ้านนี้อีกแล้ว !” พูดเสร็จ ฉันก็วิ่งออกมาจากบ้านทั้งน้ำตา ฉันไปพักอยู่ที่หอเพื่อนแล้วหางานทำ ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ไม่เคยได้กลับบ้านอีกเลย



ฉันเสียใจและสับสน แต่ก็เข้าใจดีว่าในวันที่พ่อเกิดอุบัติเหตุพ่อไปกินเหล้ามาจริงๆ ถึงยังไงมันก็ยากที่ทำใจยอมรับคู่กรณีในเหตุการณ์นั้นมาอยู่ในครอบครัวได้...

หลังจากนั้นประมาณเกือบปี คุณลุงคนนั้นได้โทรหาฉัน เขาขอโทษที่เป็นเหตุทำให้พ่อต้องเสียชีวิต เขายังบอกว่าเขาจะพยายามดีต่อฉัน เพื่อชดเชยที่ต้องสูญเสียพ่อไป หลังจากวางสาย ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะควรตัดสินใจอย่างไร ฉันรักพ่อมากกว่าแม่ แต่อีกใจก็เป็นห่วงแม่...

ถึงแม้เหตุการณ์นี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน และตัดสินใจยาก แต่การกลับไปบ้านแล้วค่อย ๆ คุยกันน่าจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยการอยู่ได้กับครอบครัว ยังไงก็อุ่นใจกว่าอยู่คนเดียว อาจใช้เวลาทำใจสักพัก แต่เราเชื่อว่าน้องสามารถทำได้อย่างแน่นอน

Cr:https://www.siamnews.com



You Might Also Like

0 comments

Flickr Images